คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ
เครื่องมือสุดท้ายของเจ้าหนี้ และโอกาสตั้งหลักของลูกหนี้ สองด้านของกฎหมายฉบับเดียวกัน
คดีล้มละลายไม่ใช่แค่การทวงหนี้ที่แรงขึ้น แต่เป็นกระบวนการรวมหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้ไว้ที่เดียว เจ้าหนี้ที่ขยับช้าหรือไม่ยื่นขอรับชำระหนี้ในเวลา อาจไม่ได้อะไรเลยแม้หนี้จะมีอยู่จริง
ส่วนการฟื้นฟูกิจการคือเกราะที่หยุดเจ้าหนี้ทุกรายไว้ชั่วคราว (automatic stay) เพื่อให้ธุรกิจที่ยังมีลมหายใจได้ปรับโครงสร้างหนี้และไปต่อ
ข้อพิพาทนี้คืออะไร และมักเกิดจากอะไร
ข้อพิพาทเมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวจนเจ้าหนี้ใช้กระบวนการล้มละลายเป็นเครื่องมือสุดท้าย หรือกิจการที่ยังไปต่อได้ขอฟื้นฟู มักเกิดจากธุรกิจขาดสภาพคล่อง การค้ำประกันหนี้ผู้อื่น หรือหนี้สินเชื่อสะสมจนเกินกำลัง
เอกสารและพยานหลักฐานเบื้องต้นที่ควรเตรียม
- สัญญาหนี้และคำพิพากษา (ถ้ามี)
- หนังสือทวงถามทั้ง 2 ครั้งพร้อมไปรษณีย์ตอบรับ
- ข้อมูลทรัพย์สินและหนี้สินของลูกหนี้
- งบการเงินของกิจการ (กรณีฟื้นฟู)
- รายชื่อเจ้าหนี้ทั้งหมดและยอดหนี้
เราช่วยอะไรคุณได้
เกร็ดกฎหมายที่ควรรู้
เจ้าหนี้ฟ้องล้มละลายได้เมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และเป็นหนี้จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทสำหรับบุคคลธรรมดา หรือ 2 ล้านบาทสำหรับนิติบุคคล
ข้อสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว เช่น ถูกยึดทรัพย์ตามหมายบังคับคดีแล้วไม่มีทรัพย์พอชำระ ไปเสียจากเคหสถาน หรือได้รับหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้แล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน และไม่ชำระหนี้
เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 2 เดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด พ้นกำหนดโดยหลักย่อมหมดสิทธิ
ฟื้นฟูกิจการยื่นได้เมื่อลูกหนี้มีหนี้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทและมีช่องทางฟื้นฟู เมื่อศาลรับคำร้อง เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ (automatic stay) ห้ามฟ้องหรือบังคับคดีแก่ลูกหนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2510 คำว่าซึ่งมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันตามกฎหมายล้มละลาย มาตรา 8 (9) หมายความว่าระหว่างการทวงถามครั้งแรกกับครั้งที่สองต้องมีระยะเวลาสามสิบวันเท่านั้น
อายุความและกำหนดเวลาที่ห้ามพลาด
- 2 เดือนยื่นขอรับชำระหนี้ นับแต่โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
- 30 วันระยะห่างขั้นต่ำของหนังสือทวงถาม 2 ฉบับ เพื่อใช้ข้อสันนิษฐาน
- 3 ปีระยะปลดจากล้มละลายโดยอัตโนมัติของบุคคลธรรมดา (โดยหลัก)
ข้อมูลข้างต้นเป็นการสรุปหลักกฎหมายโดยย่อเพื่อความรู้ทั่วไป มิใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี ตัวบทกฎหมายอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม และการปรับใช้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงแต่ละเรื่อง โปรดตรวจสอบกฎหมายฉบับปัจจุบันหรือปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการใด ๆ