บังคับคดีและสืบทรัพย์
ชนะคดีคือครึ่งทาง อีกครึ่งคือหาทรัพย์ให้เจอและบังคับภายใน 10 ปี ก่อนคำพิพากษากลายเป็นเพียงกระดาษ
คำพิพากษาไม่ได้แปลงร่างเป็นเงินเอง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องตั้งเรื่องบังคับคดี สืบหาทรัพย์ และนำยึดหรืออายัดเองทั้งหมด ภายในกรอบ 10 ปีที่ขยายไม่ได้
ทีมของเราสืบทรัพย์อย่างเป็นระบบ ทั้งที่ดิน บัญชีเงินฝาก เงินเดือน หุ้น และสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ แล้วเลือกบังคับในจุดที่ได้เงินเร็วที่สุด
ข้อพิพาทนี้คืออะไร และมักเกิดจากอะไร
ขั้นตอนหลังชนะคดี เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษายังไม่ชำระหนี้ มักเกิดจากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ในชื่อตนเอง โอนทรัพย์ให้คนใกล้ชิดหนีหนี้ หรือมีเจ้าหนี้หลายรายแย่งบังคับทรัพย์ก้อนเดียวกัน
เอกสารและพยานหลักฐานเบื้องต้นที่ควรเตรียม
- คำพิพากษาและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด
- หมายบังคับคดี (ถ้าออกแล้ว)
- เลขบัตรประชาชน/ทะเบียนนิติบุคคลของลูกหนี้
- เบาะแสทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน บัญชี นายจ้าง หุ้น
- หลักฐานการโอนทรัพย์หนีหนี้ (ถ้าพบ)
เราช่วยอะไรคุณได้
เกร็ดกฎหมายที่ควรรู้
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องร้องขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง (ชั้นที่สุดของศาลในคดีนั้น)
เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจยึดอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ และอายัดสิทธิเรียกร้อง เช่น เงินฝากธนาคาร เงินเดือน ค่าเช่า ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
เงินบางประเภทไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี เช่น เงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างของรัฐ ส่วนเงินเดือนลูกจ้างเอกชนอายัดได้เฉพาะส่วนที่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน และต้องเหลือให้พอดำรงชีพ
นิติกรรมที่ลูกหนี้ทำลงโดยรู้ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เช่น โอนทรัพย์หนีหนี้ เจ้าหนี้ฟ้องขอเพิกถอนการฉ้อฉลได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11069/2554 กำหนดเวลาบังคับคดีสิบปีนับแต่วันที่เจ้าหนี้อาจขอบังคับคดีได้ ไม่ใช่อายุความ การที่เจ้าหนี้ยึดทรัพย์ลูกหนี้มาชำระหนี้บางส่วนในระหว่างนั้นจึงไม่ทำให้กำหนดเวลาสะดุดหยุดลงหรือขยายออกไป และเมื่อพ้นกำหนดผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นความรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 698
อายุความและกำหนดเวลาที่ห้ามพลาด
- 10 ปีระยะเวลาบังคับคดี นับแต่คำพิพากษาชั้นที่สุด ขยายไม่ได้
- 1 ปีฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉล นับแต่รู้เหตุ (เพดาน 10 ปี)
- 20,000 บาทเงินเดือนลูกจ้างเอกชนส่วนที่ไม่เกินต่อเดือน อายัดไม่ได้
ข้อมูลข้างต้นเป็นการสรุปหลักกฎหมายโดยย่อเพื่อความรู้ทั่วไป มิใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี ตัวบทกฎหมายอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม และการปรับใช้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงแต่ละเรื่อง โปรดตรวจสอบกฎหมายฉบับปัจจุบันหรือปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการใด ๆ